วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก)

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก) ตั้งอยู่บนถนนสีลม วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือ วัดแขกสีลม วัดของทางศาสนาฮินดู ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่บูชา พระอุมาเทวี ชายาของพระศิวะ วัดแขกนี้คาดว่า สร้างขึ้นตั้งแต่สมัย ร.5 ราว พ.ศ. 2453-2454 โดยคณะชาวอินเดียใต้ ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ทางภาคใต้ ของประเทศไทยนานแล้ว เมื่อนายไวตีฯ และญาติมิตร ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่บนถนนสีลม มีศรัทธาจัดสร้างวัด เพื่อเป็นที่บูชาพระอุมา ตามลัทธิศักติทางศาสนาฮินดู

คณะกรรมการ อาทิ นายไวตรีประเดียอะจิ นายนารายเจติ นายโกบาระตี ได้ขอแลกที่ดิน ของพวกตนกับสวนผักของนางปั้น อุปการโกษากร มีเจ้าแม่ศรีมหาอุมาเทวี เป็นประธานองค์เทพและเทพี (เทวี) ต่าง ๆ ได้นำมาจากประเทศอินเดีย รวมทั้ง พระพิฆเนศวรองค์หนึ่ง ซึ่งคตินิยมของพราหมณ์ฮินดู ตอนใต้ถือว่าทรงเป็นเทพที่รักษา พรหมจรรย์ตลอดกาล

สถาปัตยกรรมของวัด เป็นศิลปะโบราณของอินเดียตอนใต้ ผสมผสานกัน ระหว่างสมัยโชละและปาลวะ ในอินเดียจะพบได้ ในเทวาลัยตอนใต้ของประเทศ โดยเฉพาะใน รัฐทมิฬนาดู ภายใน มีองค์พระแม่ศรีมหามารีอัมมัน ประดิษฐาน เป็นเทพ ประธานอยู่กลางโบสถ์แวดล้อมด้วยพระพิฆเนศ พระขันธ์กุมาร พระศิวะ พระกฤษณะ พระวิษณุ พระแม่ลักษมี และพระแม่กาลี มีเทวาลัย ขนาดเล็กบริเวณกลางลานเทวสถาน ภายในเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี เป็นวัดนิกาย ที่ผู้ก่อตั้งนับถือว่าเป็น ศักติ คือนับถือเทพสตรีเป็นหลัก เทพสตรีอย่าง พระศรีมหาอุมาเทวี หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า เจ้าแม่อุมา นั้น เป็นพระมเหสีของ พระอิศวร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น พระผู้ทำลาย ถือได้ว่าเมื่อยามที่พระองค์ทรงเสวย ร่างเป็นเจ้าแม่อุมา จะเป็นเจ้าแห่งความเมตตากรุณา และงามสง่า ดังนั้น ผู้มีจิตศรัทธาจึงนิยมไปกราบไหว้บูชา และขอพรมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความรัก และ เรื่องการขอบุตรนั้น ได้ชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ และมีโอกาสจะสัมฤทธิ์สูงมากทีเดียว

ในช่วงวันขึ้น 1-9 ค่ำ เดือน 11 รวม 9 วัน 9 คืนนั้น เป็นช่วงเวลาของ เทศกาลดูเซร่า หรือนวราตรี ของชาวฮินดู ซึ่งเป็นงานแห่พระแม่อุมา และเชื่อกันว่า ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่พระแม่และขบวนเทพจะเสด็จมายังโลก เพื่อประทานพรให้กับมนุษย์

เรื่องควรรู้ก่อนไป วัดแขก

1.ห้ามนำของคาว เข้าบริเวณโบสถ์ ในที่นี้หมายถึงเนื้อสัตว์ทุกชนิด จะถวายได้เฉพาะ นม ผลไม้ ขนมอินเดีย ที่ทำจากนมน้ำตาลต่าง ๆ ดอกไม้ ห้าม มีเนื้อสัตว์ ฮินดูถือมาก

2.ผู้หญิงมีประจำเดือนห้ามเข้าบริเวณโบสถ์ ทางที่ดีควรเลือกไปไหว้ ในช่วงไม่มีรอบเดือนดีกว่า ทางศาสนาจะเชื่อและถือว่า กายของหญิงที่มีรอบเดือน เป็นกายที่ไม่สะอาด ในช่วงนั้นถือว่าลบหลู่สถานที่ รวมถึงเทพ เทวีอันศักดิ์สิทธิ์ด้วย แต่ถ้าใครมีใจศรัทธาไปไหว้โดยไม่ทราบมาก่อน หรือไม่เจตนาจริงๆ ก็ไม่ต้องคิดมากไม่เจตนา ไม่ทราบไม่ผิด

3.ขอให้มีจิตศรัทธาจริง ๆ ไม่ฝืนไม่หลบหลู่ล้อเล่นกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่นี้ หากไม่ได้เต็มใจจะมาทำความเคารพเทพในศาสนานี้ก็ เคารพและบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสิ่งที่เราเชื้อและนับถือดีกว่า การลบหลู่ดูถูก เทพสิ่งศักดิ์สิทธ์ในศาสนาฮินดูนี้ถือเปนความผิดและบาปที่ใหญ่มาก เลือกที่จะไม่มาทำความรู้จักหรือมาลองเล่นอะไรจะดีกว่า

4.ถ้าอยากจะทราบความเป็นมาของเทพ เทวีแต่ละองค์ ท่านเป็นใคร บูชาด้านไหน ท่านโปรดเครื่องถวายอะไรบ้าง และลักษณะ นิสัยของเทพเทวีแต่ละองค์เป็นอย่างไร สิ่งใดควรไม่ควร ปฏิบัติต่อแต่ละองค์ แนะนำเสิร์ชกูเกิล ได้เลย ลองใช้ keywords เทพฮินดู จะมีเยอะมากและละเอียด แนะนำให้ศึกษาก่อนก็ดีจะได้เป็นตัวช่วยตัดสินใจอะไรควรไม่ควรเชื่อ จะได้ไม่งมงายและโดนหลอกเอาง่ายๆ จากการเชื่อออะไรโดยรู้ไม่ถึงการ สิบแปดมงกุฎที่เอาเปรียบคนศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีเยอะมาก

มหาเทพสามองค์ มีพระนามดังนี้ พระมหาพรหมณ์ พ่อศิวะมหาเทพ เสด็จพ่อนารายณ์มหาเทพ และ มหาเทวี 3 องค์ ก็เป็น พระชายาขององค์เทพ พระแม่สุรัสวตี พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี พระแม่กาลี (แต่ละองค์เทพหรือเทวีจะมีหลายปางมาก) สุดท้าย เสด็จแม่ลักษมีมหาเทวี และจะมีบุตรขององค์เทพอีก เช่น พ่อพระพิฆเนศวรมหาเทพ พ่อขันธกุมาร พ่อพิฆเนศ จะเปนเทพประธานของฮินดูนะ เวลาจะทำการใดให้นึกถึงท่านก่อน เปนการให้เกีรยติ พ่อศิวะและแม่อุมาด้วย แต่ถ้าวัดแขกสีลมเป็นนิกาย มีแม่อุมาเป็นประธานเราควรนึกกถึงท่านก่อนเสมอ

5. เข้าไปในวัดจัดของถวายใส่ถาดเหล็กขอได้ทางวัด นำไปวางตรงลานกลางเลย ที่เขาวางกัน จุดธูปเทียน นั่งไหว้ตั่งจิตอธิฐานเลย นึกถึงแม่อุมา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกพระองค์ในบริเวณโบสถ์ รวมถึงบริวารทุกท่านลูกมาทำความเคารพ ให้กล่าวถึง นึกถึงทุกองค์ เหมือนเรานอบน้อม จะอธิฐานสิ่งใดก็ตามสะดวกสิ่งสำคัญ คือเราต้องทำความเคารพทุกองค์ ย้ำว่าห้าม บนกับเทพ เหมือนติดสินบน อะไรก็ตามให้แค่ขอ จะเอาอะไรมาถวายก็ตามแต่ แต่อย่าบนเลย

6.เสร็จแล้วปักธูปเทียน ยกถาดของเราที่ตั้งไว้ เดินเข้าไปให้พรามหมณ์ในโบสถ์เลย พราหมณ์จะทำการบูชาพระแม่ให้เราตั้งจิตรับรจากพราหมณ์และพระแม่ แล้วเราจะได้ของคืนมาส่วนหนึ่ง ให้เก็บกลับไปเป็นศิริมงคล จะนำไปทานหรืออะไรก็ได้ แต่ห้ามนำไปไหว้พระต่อจะขึ้นหิ้งพระ หรือวางหน้ารถก็ห้าม ถือว่าเป็นของลาแล้ว

7.เดินทำความเคารพที่ละองค์เลยก็ได้ แล้วแต่จิตศรัทธา อย่าลืมกราบพระพุทธ ยังไงเราก็คนพุทธ พอก้าวออกจากโบสถ์ ให้หันไปไหว้ลาพระแม่ อาจจะก้มแตะธรณีประตู เป็นการทำความเคารพ บริวารประตูแล้วแต่ บริเวณรอบนอกโบสถ์ จะมี เทพมหาพรหมณ์ และศิวลึงค์ และเทพเทวดาอื่น ๆ อีก ให้ทำการเคารพด้วย

แต่งกายสุภาพด้วย สีขาวถือเป็นสีไว้ทุกข์ แต่แล้วแต่ความเชื่อและสบายใจ ทั้งนี้ทั้งนัันนี่เป็นความเขื่อคงามศรัทธาส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาน

การเจิม

ส่วนมาก ถ้าท่านเจิมผู้หญิง ท่านจะเจิมแค่สีแดง ถ้าเจิมผู้ชายจะเจิมทั้งสองสี พอเจิมเสร็จให้เราแบมือ รับน้ำจากท่าน (คงเหมือนน้ำมนต์บ้านเรา) พอรับมาแล้วก็ทานแล้วก็ลูบหัว เป็นอันเสร็จ อาจถวายเงิน กับพราหมณ์ก็ได้ ใส่ไว้ในถาดผงเจิมนั่นแหละ ถือเป็นมารยาท พรามหณ์ท่านจะไม่เรียกร้อง แต่ชาวฮินดูถือเป็นมารยาท

แล้วเราก็ค่อย ๆ เดินไหว้เทวรูปในวัดได้เลย ถ้าวันดีคืนดีไปเวลาดีตรงกับเวลาถวายข้าวพระยิ่งดีเลย พรามหณ์ท่านจะสั่นกระดิ่งหน้าวัดแล้วก็อารตีไฟ อารตีควันกำยาน ถวายข้าวพระ สวดมนต์ถวายด้วย แต่จำเวลาไม่ได้ว่าเขาทำเวลาไหนบ้าง

เกร็ดความรู้เล็กน้อย

1. ทำไมต้องเจิมหน้าผาก? การไปไหว้พระเจ้าแล้วทำการเจิมหน้าผาก แปลว่า เราได้รับพรจากทุกพระองค์แล้ว

2. มีเทวรูปให้บูชาหรือเปล่า? ในวัดมีตรงหน้าโบสถ์ตรงข้ามกับที่ให้เราบูชาเครื่องสักการะนั่นแหละเลย แต่ราคาแพงเหมือนกัน

3. พราหมณ์ที่วัดแขก รับเจิมหรือเปิดเทวรูปมั้ย? มี แต่ต้องเป็นเทวรูปที่บูชาจากภายในวัดเท่านั้น เอามาจากที่อื่นไม่รับนะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ชุมชนคนรักฮินดู

ติดตามบทความใหม่ๆ ได้ที่ สถานที่ท่องเที่ยว