turkey

ตุรกี (TURKEY)

ตุรกี (TURKEY) เป็นประเทศเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่มีดินแดนอยู่ทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป ส่วนที่อยู่ในเอเชีย 97% เรียกว่า อนาโตเลีย (Anatolia) ภาษาตุรกี เรียก อนาโดหลุ (Anadolu) และ อีก 3% อยู่ในยุโรปเรียกว่า เทรซ (Thrace) ประเทศที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมาย และหากจะเที่ยวตุรกีให้สนุกและเข้าถึงความเป็นตุรกี เราควรจะทำความรู้จักตุรกีสักหน่อยก่อนไปเที่ยวเพราะเราได้ไปเที่ยวมาแบบไม่รู้จักตุรีกีมาแล้ว เลยอยากให้คนที่กำลังไปได้ทำความรู้จักตุรกีมากขึ้นก่อนเดินทางไปเที่ยว

ตุรกีเป็นดินแดนในฝันที่ใครหลายๆ คนฝันว่าจะไปเยือนซักครั้งให้ได้ เก็บเงินจนได้ไปเที่ยวตุรกีสักทีขณะนั่งคุยกับเพื่อนในร้านกาแฟกลางเมือง เราก็หยิบมือถือ หาตั๋วเครื่องบินไปตุรกีจองก่อนค่อยแพลนเที่ยวที่หลัง เป็นแอปฯ ที่จองได้ง่าย จองตั๋วเครื่องบินได้ทุกที่รวมไปถึงการจองที่พักด้วย

การเดินทางไปเที่ยวตุรกีเราสามารถนั่งเครื่องบินตรงไปลงที่อิสตันบูล ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการไปเที่ยวตุรกีนั้น  จริงๆ แล้วตุรกีเป็นประเทศที่สามารถไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่น่าเที่ยวที่สุด คือ ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูร้อนในเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนมิถุนายน และช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงในช่วงเดือนตุลาคม เพราะสภาพอากาศในช่วงนั้นจะค่อนข้างเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป

ช่วงเวลาและสภาพอากาศของประเทศตุรกี

ประเทศตุรกีมี 4 ฤดูกาล  ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) ฤดูร้อน (มิถุนายน-กันยายน) ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน) ฤดูหนาว (ธันวาคม-มีนาคม) ซึ่งภูมิอากาศของประเทศตุรกี ในแต่ละภูมิภาคจะไม่เหมือนกัน เพราะมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน  ถ้าวางแผนจะไปเที่ยวตุรกี แนะนำให้วางแผนก่อนว่าเราจะไปเที่ยวเมืองไหนและอยู่ในพื้นที่แถบไหน

สภาพอากาศ พื้นที่แถบด้านติดชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
– ฤดูร้อน จะมีอากาศร้อนและแห้งแล้ง
– ฤดูหนาว อากาศจะอบอุ่นและมีฝนตก

สภาพอากาศ พื้นที่ทางฝั่งตะวันตก
– ฤดูร้อน อากาศจะค่อนข้างร้อนจัด มีอุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียสในตอนกลางวัน
– ฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 1 องศาเซลเซียส

สภาพอากาศ พื้นที่ตอนกลางของประเทศเป็นแบบภาคพื้นทวีป
– ฤดูหนาวบริเวณที่ราบสูงตอนกลางจะหนาวมาก อุณหภูมิลดลงถึง -30 ถึง -40 องศาเลยทีเดียว
– ช่วงฤดูหนาว อาจมีหิมะปกคลุมยาวนานถึง 4 เดือน

Ephesus มหานครโบราณแห่งโรมัน 

Ephesus มหานครโบราณแห่งโรมัน

Ephesus เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปเยือน ถือเป็นแหล่งโบราณคดีของเมืองกรีกโบราณด้วยโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมมากมายที่ถูกค้นพบ เมืองโบราณแห่งนี้ถือว่ามีความสมบูรณ์และมั่งคั่งที่สุด

หอสมุดเซลซุส (The Library of Celsus)  มีความสวยงามและขนาดใหญ่มาก มีทางเข้า 3 ทาง บริเวณประตูทางเข้ามีรูปแกะสลักเทพี 4 องค์  เป็นสิ่งที่ทำให้เราอยากไปตุรกีเลยแหละ ด้วยความที่อินกับหนังและประวัติศาสตร์ของประเทศแถบนี้อยู่แล้ว ยิ่งทำให้อยากไปสัมผัสสถานที่จริง  

สุเหร่าโซเฟีย หรือวิหารเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia)

สุเหร่าโซเฟีย หรือวิหารเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia)

ฮาเกีย โซเฟีย หรือ สุเหร่าโซเฟีย เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า ในปัจจุบันกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี จุดเด่นคือมีโดมขนาดใหญ่กลางวิหาร อายุ 1,500 กว่าปี ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง และยังเป็นสถานที่สำคัญของวงการศิลปะของโลกอีกด้วยจ้า โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ถึงสามครั้ง ครั้งแรกโบสถ์ใหญ่ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 360 และโบสถ์รองถูกสร้างขึ้นภายหลังในปี ค.ศ. 415

ต่อมาในวันที่ 13 มกราคมปี ค.ศ. 532 หลังเกิดการจลาจลของประชาชนจึงทำให้โบสถ์ถูกทำลายอย่างหนัก ในประวัติศาสตร์ระบุไว้ในสถาบันอิสตันบูลว่า เพียงไม่นานโบสถ์ก็ได้เริ่มถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 532 และใช้เวลาเพียงแค่ช่วงสั้นๆ โบสถ์แห่งนี้ก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งโดยฝีมือของสถาปนิกที่มีชื่อเสียงอย่าง Isidoros (Milet) และ Anthemios (Tralles) ซึ่งมุมมองการออกแบบของพวกเขาทำให้รูปแบบของโบสถ์ ณ ปัจจุบันนี้ได้รับอิทธิพลมาตั้งแต่ตอนนั้น

มัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque, Istanbul)

มัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque, Istanbul)

มัสยิดสีน้ำเงิน หรือ “บลูมอสก์” สถานที่สำคัญและโด่งดังระดับโลกของตุรกี ถูกสร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1606 – 1615 แห่งยุคการปกครองของอาหม็ดที่หนึ่ง ภายในอาคารจะมีชั้นใต้ดินคือส่วนหลุมฝังศพของผู้รวมก่อตั้งมัสยิดแห่งนี้ ส่วนพื้นที่โถงด้านในจะเป็นพื้นที่ให้การศึกษา และบ้านพักสำหรับผู้ป่วยที่ยากไร้ ซึ่งตอนนี้ก็ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังสุดๆ

“มัสยิดสีน้ำเงิน” ชื่อนี้ถูกเรียกตามลักษณะของสถานที่แห่งนี้ โดยมีการตกแต่งออกแบบภายในด้วยกระเบื้องอิซนิคบนกำแพงชั้นในสีฟ้าสดใส เป็นลายดอกไม้ ทั้งอาคาร มีหอมินาเร็ตหรือหอสวดมนต 7 หอ การจัดวางพื้นที่ของอาคารต่างๆ ถูกจัดวางเป็นรูปตัวยูได้อย่างสวยงาม โดยลักษณะภายนอกสามารถมองเห็นได้จากสุเหร่าโซเฟีย เราจะเห็นมัสยิดสีขาวหินอ่อนที่ตั้งตระหง่าน ถูกยึดไว้ด้วยเสาคอลลัมม์ปลายยอดแหลมสูงเสียดฟ้านั้นดึงดูดสายตามากๆ

พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace)

พระราชวังทอปกาปึ (Topkapi Palace)

สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมตผู้พิชิต ภายหลังที่ตีกรุงคอนสแตนติโนเปิลได้แล้ว ทรงมีพระประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังแห่งนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ภายในพระราชวังทอปกาปึเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บสมบัติอันล้ำค่า เช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุคสมัย

ช่องแคบบอสฟอรัส (Bosporus Strait)

ช่องแคบบอสฟอรัส (Bosporus Strait)

เป็นช่องแคบขนาดใหญ่ ช่องแคบนี้ทำหน้าที่แบ่งเส้นระหว่างยุโรปและเอเชีย ที่เชื่อมระหว่างทะเลมาร์มาร่า(Sea of Marmara) และทะเลดำ (The Black Sea) มีความยาวโดยประมาณ 32 กิโลเมตร หากเราไปเที่ยวกับบริษัททัวร์เราจะได้ล่องเรือชมวิว และกินบรรยากาศอันสวยงาม จุดชมวิวที่สำคัญ คือ สะพานแขวนบอสฟอรัส สะพานที่รถยนต์จะใช้วิ่งข้ามฝั่งไปมาระหว่างยุโรปและเอเชียได้ สะพานนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1973 มีความยาวทั้งสิ้น 1,560 เมตร

กรุงทรอย (Troy)

ตุรกี กรุงทรอย (Troy)

เมืองเก่าแก่ในตำนาน เมืองแห่งนี้หลังจากกลายเป็นอดีตมาหลายศตวรรษ ก็ได้ถูกค้นพบในปี พ.ศ.2413 โดย ไฮน์ริช ชลีมานน์(Heinrich Schliemann) นักโบราณคดีชาวเยอรมันได้เป็นผู้บุกเบิกขุดพบซากเมืองโบราณขึ้นซึ่งก็คือเมืองทรอยนี่เอง เป็นซากเมืองโบราณที่มีพื้นที่ติดกับทะเลอิเจียนตอนบน และอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกีใกล้กันมีช่องแคบ “ดาร์คาแนลล์” (Dardanelles) และ “คาบสมุทรกัลลิโปลี” (Gallipoli)

จากนั้นไฮน์ริชก็ใช้เวลา 20 ปีถัดมาในการขุดค้นเพิ่มเติมและศึกษาความเป็นมาของซากเมืองแห่งนี้ จนพบว่าทรอยนั้นแบ่งออกเป็น 9 ยุค นับตั้งแต่เมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ทั้งหมดนี้ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้โฮเมอร์สร้างสรรค์ผลงานการเขียนที่โด่งดังก้องโลกอย่างมหากาพย์อิเลียดและโอดิสซีย์ 

ม้าไม้เมืองทรอย (Wooden Horse of Troy) นับเป็นกลยุทธ์หนึ่งทางการทหารที่ชาญฉลาด และเป็นเหตุให้เมืองทรอยพ่ายแพ้แก่กรีก จึงกลายเป็นเรื่องราวที่โจษจัน และโด่งดังไปทั่วโลก และได้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองทรอยตั้งแต่น้นเป็นต้นมา

อะโคโปลิส (Acropolis,Akropolis)

ตุรกี อะโคโปลิส (Acropolis,Akropolis)

อะโครโปลิสเป็นสถานที่ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นเหมือนดินแดนในเทพนิยาย อะโครโปลิส แปลว่า นครบนที่สูง ซึ่งเป็นโครงสร้างฐานในการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานในสมัยนั้นมักเลือกที่สูง ที่ด้านหนึ่งเป็นเนินเขาอีกด้านหนึ่งเป็นผาชัน และกลายเป็นศูนย์กลางของมหานครใหญ่ 

คัปปาโดเกีย (Cappadocia)

ตุรกี คัปปาโดเกีย (Cappadocia)

ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่างๆที่งดงาม คัปปาโดเกีย เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรกๆที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟฮาซาน

เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณจนทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมาจากกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อยๆนับแสนนับล้านปีจนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง  ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรงดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า”  ในปี ค.ศ.1985 ยูเนสโกได้ประกาศให้ที่นี่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี

นครใต้ดินไคมัคลี (Underground City of Derinkuyu or Kaymakli)

ตุรกี นครใต้ดินไคมัคลี (Underground City of Derinkuyu or Kaymakli)

นครใต้ดินแห่งคัปปาโดเชีย เมื่อ 2-3 พันปีก่อนคริสตกาล มีกลุ่มคนที่เรียกว่า อัสซีเรีย ได้มายึดพื้นที่คัปปาโดเชียสร้างเป็นอาณาจักรของตัวเอง ต่อมาภายหลังเริ่มเข้าในช่วงคริสตกาลแล้ว ได้มีการบุกรุกของชาวโรมัน ทำให้ก่อเกิดสงครามขึ้นบนแผ่นดินของเมืองนี้ อัสซีเรีย หรือ ชาวคัปปาโดเชีย

ยุคแรกก็ได้มีการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไปกว่า 10 ชั้น สร้างเป็นเมืองใต้ดินเพื่อเป็นหลุมหลบภัย แต่สงครามครั้งนั้นกินระยะเวลายาวนานมาก พวกเขาทำการขุดเจาะไปเรื่อยๆ จนใต้พื้นดินคัปปาโดเชียกลายเป็นเมืองอีกหลายๆ เมือง แต่เมืองที่ใหญ่ที่สุด ชื่อว่า เดอรินกูยู (Underground City of Derinkuyu) มีทั้งหมด 8 ชั้น ลึก 85 เมตร ภายในมีทั้ง โบสถ์คริสจักร โรงเรียนสอนศาสนา โรงเก็บไวน์ คอกไม้ และบ่อน้ำ ยังมีอีกหลายส่วนที่ยังไม่ได้ขุดค้น

ปามุคคาเล่ (Pamukkale)

ตุรกี ปามุคคาเล่ (Pamukkale)

ปามุคคาเล่ ในภาษาตุรกี หมายถึง ปราสาทปุยฝ้าย Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย Kale หมายถึง ปราสาท  ปามุคคาเล่เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35  องศาเซลเซียส ซึ่งมีแร่หินปูนผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมากไหลลงมาจากภูเขาคาลดากึ ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ แล้วเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นปฏิมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตาและโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ ปามุคคาเล่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ.1988

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว : เที่ยวพม่า

ซีรีย์ไทยที่น่าสนใจ : ลายกินรี